กติการูเล็ต เรื่องง่าย ๆ ที่ต้องเข้าใจก่อนคิดจะแทง

        เมื่อพูดถึงรูเล็ต สิ่งแรกที่หลายคนคิดก็คือโต๊ะที่มีผังตัวเลขสำหรับให้นักพนันได้วางชิปเดิมพัน กับวงล้อที่มีลูกเหล็กกลิ้งไปมาให้ได้ลุ้นว่าเจ้าลูกเหล็กจะไปตกที่ช่องไหน แม้ว่ารูปแบบเกมอาจจะดูง่ายแต่เชื่อหรือไม่ว่าหลายคนไม่สามารถเอาเงินกลับมาได้เพียงเพราะไม่เข้าใจ กติการูเล็ต ก่อนที่จะไปลงเดิมพัน

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านได้เลย สูตร & เคล็ดลับ รูเล็ต ที่เหล่าเซียนพนันไม่ค่อยพูดถึง

กติการูเล็ต พื้นฐานที่ทุกคนต้องทำการบ้านก่อนลงมือแทง

        การเล่นการพนันโดยไม่มีความรู้ความเข้าใจในกฎกติกามารยาท สำหรับนักพนันแล้วมันคือการเพิ่มความเสี่ยงให้กับตัวเอง ไม่ใช่แค่เล่นเสียเท่านั้นแต่ยังรวมไปถึงการถูกร้อยเล่ห์กลโกงที่รอหมูเข้าไปอยู่ในอวยอีกด้วย อย่างน้อยใครที่คิดจะเล่นรูเล็ตออนไลน์ก็ควรจะมีความรู้เกี่ยวกับกติกาพื้นฐานติดตัวไปก็ยังดี

        ความจริงแล้วมันก็ไม่ได้มีอะไรยุ่งยากมากมาย ทันทีที่เปิดให้วางเดิมพันเวลาจะเริ่มนับถอยหลัง ซึ่งการวางเดิมพันเราสามารถวางเดิมพันได้ในรูปแบบต่าง ๆ ตามที่ต้องการ ซึ่งผลตอบแทนก็จะแตกต่างกันออกไป และเมื่อหมดเวลาวางเดิมพัน ผู้คุมโต๊ะจะหมุนวงล้อแล้วค่อยโยนลูกรูเล็ตลงไปพร้อมขานว่า No more bet (ไม่มีการวางเดิมพันเพิ่มแล้ว) รอจนกว่าวงล้อจะนิ่งจากนั้นระบบจึงจะแสดงภาพผลหมายเลขที่ลูกบอลอยู่ เป็นการตรวจดูว่าที่เราวางเดิมพันไปจะได้หรือเสีย

        แต่ก่อนที่จะลงมือแทงทุกครั้งเราจะต้องแลกชิปจากผู้คุมโต๊ะเสียก่อน ซึ่งจะได้รับชิปสีที่มีมูลค่าแตกต่างกันมา โดยผู้เล่นแต่ละคนจะได้ชิปสีไม่เหมือนกันเพื่อไม่ให้เกิดความสับสน และเมื่อเลิกเล่นจะต้องเอาชิปรูเล็ตแลกคืนกับผู้คุมโต๊ะเพื่อเปลี่ยนเป็นชิปปกติตามเดิมสำหรับใช้เล่นพนันอื่น ๆ ต่อไป เนื่องจากชิปรูเล็ตเป็นชิปที่ไม่สามารถใช้ร่วมกับการพนันรูปแบบอื่นได้ มันจึงไม่มีค่าอะไรเมื่อถูกนำออกไปจากโต๊ะรูเล็ต

คุณอาจสนใจบทความนี้ อ่านได้เลย เคล็ดลับวิธีเล่น รูเล็ต ที่จะทำให้คุณสร้างกำไรได้ในชั่วข้ามคืน

เรื่องบนโต๊ะที่ต้องรู้ก่อนวางเดิมพัน

        ก่อนที่จะวางเดิมพันลงไปบนโต๊ะรูเล็ต ผู้เล่นจำเป็นต้องรู้ว่าผังตัวเลขที่แสดงอยู่บนโต๊ะหมายความว่าอย่างไร เพราะบนโต๊ะไม่ได้มีเพียงแค่ตารางตัวเลขที่มีแค่สีดำกับแดงเท่านั้น แต่มันยังมี กติการูเล็ต เล็ก ๆ น้อย ๆ แฝงอยู่ด้วย

        โต๊ะรูเล็ตทั่วไปจะมีอยู่ 2 แบบ คือ ฝรั่งเศส และอเมริกา ซึ่งมีความแตกต่างกันตรงที่แบบอเมริกาจะมีช่อง 00 เพิ่มขึ้นมา นอกจากนั้นจะมีตัวเลข 0-36 เหมือนกัน โดยบนโต๊ะจะมีการจัดทำตารางในลักษณะเซตขึ้นมาเพื่อให้ผู้เล่นสามารถวางเดิมพันได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการ ซึ่งประกอบด้วย

           1. กลุ่มตัวเลข 12 ตัวชุดแรก (1st 12) ได้แก่เลข 1-12

           2. กลุ่มตัวเลข 12 ตัวชุดสอง (2nd 12) ได้แก่เลข 13-24

           3. กลุ่มตัวเลข 12 ตัวชุดสาม (3rd 12) ได้แก่เลข 25-36

           4. กลุ่มตัวเลขชุดเลขต่ำ ได้แก่เลข 1-18

           5. กลุ่มตัวเลขชุดเลขสูง ได้แก่เลข 19-36

           6. เลขคู่ (Even)

           7. เลขคี่ (Odd)

           8. สีแดง (Red)

           9. สีดำ (Black)

กติการูเล็ต เกี่ยวกับเลข 0 และ 00

        จะเห็นได้ว่าในการจัดเซตสำหรับวางเดิมพันจะไม่มีเลข 0 และ 00 อยู่ในกลุ่มใดเลย หลายคนอาจสงสัยว่าแล้วสองตัวเลขนี้มีไว้ทำไม แทงได้หรือไม่ 

        เกี่ยวกับเลข 0 และ 00 นั้นมีการบอกเล่าในหมู่เซียนพนันกันว่าสองตัวเลขนี้มีไว้เพื่อให้เจ้ามือหรือคาสิโนเกิดความได้เปรียบ ซึ่งเลข 0 สามารถสร้างความได้เปรียบที่ 2.7 % ขณะที่ 00 สามารถให้สูงถึง 5.26 % กันเลยทีเดียว ซึ่งอัตราความได้เปรียบตรงนี้เขายกมาจากสถิติการแทงรูเล็ตส่วนใหญ่ของผู้เล่นที่ไม่ค่อยนิยมลงเดิมพันใน 2 ช่องนี้ และเมื่อมีการหมุนวงล้อแล้วลูกรูเล็ตไปตกที่ช่อง 0 หรือ 00 จึงทำให้เจ้ามือส่วนใหญ่ได้เงินเดิมพันไปนั่นเอง

        อย่างไรก็ตามในปัจจุบันมีคาสิโนหลายแห่งรวมถึงคาสิโนออนไลน์ที่พยายามดึงผู้เล่นไว้ด้วยกฎ La Partage และ En Prison ให้กับผู้ที่วางเดิมพันแบบ Outside เช่น แทงคู่/คี่, สูง/ต่ำ, ดำ/แดง เป็นต้น ซึ่งการแทงรูปแบบนี้จะมีอัตราการจ่ายที่ 1 ต่อ 1 กรณีที่ลูกรูเล็ตตกในช่อง 0 ผู้เล่นจะเสียเดิมพันเพียงแค่ครึ่งเดียว ขณะที่การวางเดิมพันแบบ Inside ซึ่งมีอัตราการจ่ายสูงกว่าหลายเท่า ผู้เล่นจะเสียเดิมพันไปทั้งหมดเช่นเดิม

        โดยกฎ La Partage จะกำหนดไว้ว่าหลังจากหักเดิมพันแล้วผู้เล่นจะต้องเก็บเดิมพันที่เหลือกลับไป หากรอบหน้าจะเล่นใหม่ค่อยวางใหม่ ส่วน En Prison ผู้เล่นจะเก็บเดิมพันที่เหลือกลับหรือวางทิ้งไว้สำหรับการเดิมพันในการหมุนครั้งต่อไปก็ได้

กติการูเล็ต สำหรับการแทงแบบ Inside 

        เป็นที่ทราบกันดีว่าการแทงรูเล็ตแบบ Inside สามารถทำผลกำไรได้สูงหลายเท่าตัว แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่จะเสียเดิมพันกันแบบหายหมดในพริบตา ซึ่งการเล่นรูเล็ตแบบ Inside ก็มีกติกาการเล่นดังนี้

           – Straight up

                หรือการวางเดิมพันแบบตรง คือการแทงว่ารอบนี้จะออกเลขอะไร แล้ววางชิปลงไปในช่องตัวเลขนั้น การแทงแบบ Straight up เราจะมีโอกาสชนะ 1 ใน 37 หรือประมาณ 3% อัตราการจ่ายอยู่ที่ 35 เท่าไม่รวมทุน

           – Split

                เป็นหนึ่งในการเดิมพันแบบคาบเกี่ยวหลายตัวเลข ซึ่งการแทงแบบ Split จะเลือกได้เพียงแค่ 2 ตัวเลขที่อยู่ติดกันด้านใดด้านหนึ่ง เช่น ออก 2 หรือ 3, ออก 2 หรือ 5 เป็นต้น โดยวางชิปไว้ที่เส้นคั่นระหว่างช่องตัวเลข การแทงแบบ Split เราจะมีโอกาสชนะ 2 ใน 37 หรือประมาณ 5% อัตราการจ่ายอยู่ที่ 17 เท่าไม่รวมทุน

           – Street

                เป็นหนึ่งในการเดิมพันแบบคาบเกี่ยวหลายตัวเลข ซึ่งเป็นการแทงแบบยกแถว 3 ตัวเลข เช่น ออก 1, 2, 3 หรือ ออก 25, 26, 27 เป็นต้น โดยผู้เล่นต้องวางชิปไว้ที่ขอบเส้นช่องสุดท้ายของแถว การแทงแบบ Street เราจะมีโอกาสชนะ 1 ใน 12 หรือประมาณ 8% อัตราการจ่ายอยู่ที่ 11 เท่าไม่รวมทุน

           – Corner

                เป็นหนึ่งในการเดิมพันแบบคาบเกี่ยวหลายตัวเลข ซึ่งการแทงแบบ Corner จะเลือกได้ 4 ตัวเลขที่อยู่ติดกัน เช่น 1, 2, 4, 5 หรือ 11, 12, 14, 15 เป็นต้น โดยผู้เล่นจะต้องวางชิปลงบนจุดตัดของช่องทั้ง 4 การแทงแบบ Corner เราจะมีโอกาสชนะ 4 ใน 37 หรือประมาณ 11% อัตราการจ่ายอยู่ที่ 8 เท่าไม่รวมทุน

           – Line

                เป็นหนึ่งในการเดิมพันแบบคาบเกี่ยวหลายตัวเลข มีรูปแบบการแทงคล้ายกับ Street ต่างกันตรงที่ Line จะเป็นการแทงแบบ 6 ตัวเลขที่อยู่แถวติดกัน เช่น 1, 2, 3, 4, 5, 6 หรือ 19, 20, 21, 22, 23, 24 เป็นต้น โดยผู้เล่นจะต้องวางชิปไว้ที่ของเส้นช่องสุดท้ายระหว่างแถวทั้งสอง เช่น ระหว่าง 1 กับ 4 หรือระหว่าง 19 กับ 22 เป็นต้น การแทงแบบ Line เราจะมีโอกาสชนะ 1 ใน 6 หรือประมาณ 17% อัตราการจ่ายอยู่ที่ 5 เท่าไม่รวมทุน

           – การแทงแบบชุดกลุ่ม 0, 00, 1-3 เป็นการแทงแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งรูปแบบการแทงและมีอัตราการจ่ายดังนี้

                   – วางชิปที่ 0 หรือ 00 เพียงอย่างเดียว อัตราการจ่าย 17 เท่าไม่รวมทุน

                   – วางชิปที่จุดตัดระหว่าง 0,1,2 หรือ 0,2,3 เรียกว่าแทง 3 หลัก อัตราการจ่าย 11 เท่าไม่รวมทุน

                   – วางชิปที่เส้นเชื่อมระหว่าง 0 กับ 1 คือการแทงรวม 0,1,2,3 อัตราการจ่าย 8 เท่าไม่รวมทุน

กติการูเล็ต สำหรับการแทงแบบ Outside

        การแทงรูเล็ตแบบ Outside จะมีข้อดีตรงที่ผู้เล่นมีโอกาสชนะสูงแม้ว่าอัตราการจ่ายจะต่ำกว่าแบบ Inside หลายเท่า เนื่องจากเป็นการแทงแบบไม่เฉพาะเจาะจง ซึ่งการเล่นรูเล็ตแบบ Outside ก็มีกติกาการเล่นดังนี้

            – Black / Red

                เป็นการแทงว่าสีที่ออกจะเป็นสีดำหรือสีแดง โดยผู้เล่นจะต้องวางชิปไว้ในช่อง Black หรือ Red การแทงแบบ Black / Red เราจะมีโอกาสชนะ 1 ใน 2 หรือประมาณ 50% อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่าไม่รวมทุน

           – Even / Odd

                คือการแทงว่าเลขที่ออกจะเป็นเลขคู่หรือเลขคี่ โดยผู้เล่นจะต้องวางชิปไว้ในช่อง Even หรือ Odd การแทงแบบ Even / Odd เราจะมีโอกาสชนะ 1 ใน 2 หรือประมาณ 50% อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่าไม่รวมทุน

           – ต่ำ / สูง

                เป็นการแทงว่าเลขที่ออกจะเป็นเลขต่ำหรือเลขสูง โดยผู้เล่นจะต้องวางชิปในช่อง 1 To 18 หากต้องการแทงเลขต่ำ หรือวางชิปในช่อง 19 To 36 หากต้องการแทงเลขสูง การแทงแบบนี้เราจะมีโอกาสชนะ 1 ใน 2 หรือประมาณ 50% อัตราการจ่ายอยู่ที่ 1 เท่าไม่รวมทุน

           – Column

                คือการแทงยกแถวแนวตั้ง หรือการแทงตัวเลข 12 ตัวในแนวตั้งซึ่งแบ่งเป็น 3 Column ดังนี้

                1st Column ได้แก่ 1, 4, 7, 10, 13, 16, 19, 22, 25, 28, 31, 34

                2nd Column ได้แก่ 2, 5, 8, 11, 14, 17, 20, 23, 26, 29, 32, 35

                3rd Column ได้แก่ 3, 6, 9, 12, 15, 18, 21, 24, 27, 30, 33, 36

                โดยผู้เล่นจะต้องวางชิปไว้ที่ท้าย Column ที่จะเดิมพัน การแทงแบบนี้เราจะมีโอกาสชนะ 1 ใน 3 หรือประมาณ 33% อัตราการจ่ายอยู่ที่ 2 เท่าไม่รวมทุน

           – Dozen

                คือการแทงแบบยกกลุ่ม กลุ่มละ 12 ตัวเลข หรือที่เรียกกันว่าแทงยกโหล ซึ่งมีอยู่ 3 กลุ่ม ดังนี้

                1st Dozen ได้แก่ 1 – 12

                2nd Dozen ได้แก่ 13 – 24

                3rd Dozen ได้แก่ 25 – 36

                โดยผู้เล่นจะต้องวางชิปไว้ที่ช่องของกลุ่มตัวเลขที่ต้องการแทง เช่น วางในช่อง 1 To 12 หากต้องการแทงเลข 1-12 เป็นต้น การแทงแบบนี้เราจะมีโอกาสชนะ 1 ใน 3 หรือประมาณ 33% อัตราการจ่ายอยู่ที่ 2 เท่าไม่รวมทุน